09 พ.ค.

อาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้อง

Morning_Sickness

ไม่ว่าคุณแม่จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ก็ตาม อาการที่ตามมาคงหนีไม่พ้น อาการแพ้ท้อง

โดยจะเกิดขึ้นกับคุณแม่แทบจะทุกคน แต่อาการแพ้ท้องของแต่ละท่านอาจจะมีความแตกต่างกันกันไป

บางคนอาจจะอยากทานของเปรี้ยวๆ อาหารรสจัด หรืออาหารแปลกๆ ซึ่งโดยปกติแล้วไม่เคยทาน

แต่หากรับรู้เอาไว้ว่าอาการแบบใดจะเกิดขึ้นได้ง่ายในเวลาใด จะช่วยนำไปสู่วิธีจัดการได้

 

อาการแพ้ท้องเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ยังคงเป็นเรื่องที่น่าแปลก ว่าสาเหตุของอาการแพ้ท้อง เกิดขึ้นได้อย่างไร และยังคงสรุปไม่ได้อย่างชัดเจนว่าสาเหตุมาจากอะไร สำหรับคำอธิบายที่น่าเชื่อถือมีอยู่หลากหลาย เช่น

  • ฮอร์โมนที่หลั่งออกมาจากวิลลัส (Villus) ของรก (Human chorionic gonadotropin;hCG) ไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการอาเจียน (vomiting center)
  • ระบบประสาทอัตโนมัติ (autonomic nervous system) บกพร่องซึ่งเกิดจากสมดุลฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง
  • เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้จากการแทรกซึมของสเปริ์ม หรือทารกในครรภ์และร่างกายแม่ต่อต้านสิ่งแปลกปลอม
  • เรื่องของจิตใจ อาจจะเกิดจากความรู้สึกที่ว่า ตัวเองจะกลายเป็นแม่คนแล้ว ทำให้เกิดอาการกังวล
  • ฯลฯ

 

ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการแพ้ท้อง?

โดยทั่วไปแล้ว อาการแพ้ท้อง เป็นอาการป่วยที่พบได้ในช่วง 3 เดือนแรก ของการตั้งครรภ์ และหากเป็นผู้ที่มีอาการแพ้ท้องเร็ว อาจจะเริ่มมีอาการในช่วงที่รู้สึกว่า “รอบประจำเดือนมาช้า” มีหลายกรณีที่มีอาการแพ้ท้องตั้งแต่ประมาณ 4 สัปดาห์จนถึงประมาณ 15 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ และช่วงเวลาที่ทรมานที่สุดส่วนใหญ่จะเป็นช่วง 8 – 9 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์
แต่ช่วงเวลาของอาการแพ้ท้องจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน มีบางคนที่อาการแพ้ท้องบรรเทาลงตอนตั้งครรภ์ประมาณ 10 สัปดาห์ และมีบางคนที่มีอาการแพ้ท้องไปจนถึงช่วงหลังตั้งครรภ์ หรือมีบางคนที่ไม่มีอาการแพ้ท้องเลย

 

อาการแพ้ท้อง มีอาการอย่างไรบ้าง
อาการแพ้ท้อง โดยทั่วไปที่พบได้ในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ได้แก่

  1. อาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศรีษะ เมื่อตื่นนอนในตอนเช้า บางรายเกิดอาการหน้ามืด เพราะอาเจียนเยอะทำให้ร่างกายขาดอาหาร ฝรั่งจึงเรียกอาการนี้ว่า Morning Sickness
  2. เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ง่วงเหงาหาวนอนตลอดเวลา เพราะฮอร์โมนเปลี่ยนไปจึงทำให้เกิดการเตรียมความพร้อมของร่างกาย
  3. อาการขมเฝื่อนในปาก เนื่องจากร่างกายที่เปลี่ยนไป ทำให้กินอาหารไม่อร่อย
  4. รู้สึกเหม็นกับบางสิ่งบางอย่าง ทั้งๆที่ก่อนหน้าที่จะท้อง ไม่ได้รู้สึกเหม็นกับสิ่งนั้นๆเลย

ช่วงนี้เป็นช่วงที่สำคัญ แม้ว่าจะรู้สึกคลื่นไส้ แต่ขอให้สร้างสภาพแวดล้อมให้สามารถทานของที่อยากทานได้เมื่อท้องว่าง
หรือสามารถพักผ่อนได้เมื่อร่างกายรู้สึกอ่อนล้า

อาจจะมีคุณแม่บางคนกังวลว่า “หากแพ้ท้องจนไม่สามารถทานได้ ลูกจะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรงได้อย่างไร?” แต่ว่าเรื่องนี้ไม่เป็นปัญหา ทารกในช่วง 3 เดือนแรก ของการตั้งครรภ์นี้ ยังคงเล็กมาก ดังนั้นไม่จำเป็นต้องได้รับสารอาหารมากขนาดนั้น นอกจากนี้ ในร่างกายมีกลไกการทำงานที่จะป้อนสารอาหารที่จำเป็นให้แก่ทารกก่อน ซึ่งถือว่าเป็นความลึกลับของผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ คุณแม่จะต้องได้รับวิตามินที่จำเป็นต่อทารก เช่น กรดโฟลิก (วิตามินชนิดหนึ่งในกลุ่มวิตามิน B) แต่นอกเหนือจากนั้นก็ขอให้ทานของที่อยากทานเท่าที่จะสามารถทานได้

 

การรับมือกับอาการแพ้ท้อง

ช่วงที่มีอาการแพ้ท้อง จะเป็นช่วงเวลาที่ยังไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปริมาณหรือความสมดุลของสารอาหารมากนัก แต่ในตอนที่คุณแม่สามารถทานได้แม้ว่าจะไม่มีความอยากอาหาร ขอให้ทานเข้าไว้แม้เพียงเล็กน้อยก็ตามเพื่อพลังงานในร่างกายของคุณแม่ ซึ่งในช่วงนี้จำเป็นต้องได้รับกรดโฟลิก วิตามินที่จำเป็นต่อการดูดซึมกรดโฟลิก วิตามิน B12 วิตามิน B6 และวิตามินซีเท่าที่จะทำได้ กรดโฟลิกมีอยู่มากในสตรอเบอร์รี่ เกรปฟรุต ผักขม และบร็อคโคลี่ หากไม่สามารถทานสิ่งเหล่านี้ได้เนื่องจากแพ้ท้อง ควรเสริมด้วยอาหารเสริมวิตามินรวมที่มีกรดโฟลิกผสมอยู่ การรับมือกับอาการแพ้ท้อง สามารถทำได้ดังนี้

  • ดื่มน้ำบ่อยๆ ให้มีปริมาณน้ำที่พอดี หากปริมาณน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ และทำให้ปัสสาวะเข้มข้น ขอให้พยายามดื่มน้ำบ่อย ๆ
  • เตรียมของที่สามารถทานได้ทันทีไว้ติดบ้านเสมอ เมื่อรู้สึกคลื่นไส้ในตอนเช้า หากปล่อยให้เป็นเช่นนั้น จะทำให้รู้สึกทรมานไปทั้งวัน ขอให้เตรียมของที่สามารถทานได้ทันที เช่น บิสกิต แครกเกอร์ ไว้ทานเพื่อรองท้อง จะทำให้ผ่านวันนั้นไปได้สบายขึ้น
  • ไม่ฝืนทำงานบ้านหรือทำงาน ในช่วงเวลานี้ สภาพร่างกายของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์และสภาพของลูกยังไม่มั่นคง หลักการสำคัญคือจะต้องไม่ฝืน หากรู้สึกไม่ไหวควรหยุดพัก
  • พยายามควบคุมอารมณ์ อาการแพ้ท้องที่มีสาเหตุมาจากจิตใจ หากได้พบและพูดคุยกับเพื่อน หรือได้อยู่กับสิ่งที่ชอบ จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้

แต่หากมี อาการแพ้ท้องรุนแรง มีอาการอาเจียนหลายครั้งตลอดทั้งวัน ทานอะไรไม่ได้เลยเป็นเวลาหลายวันอาจจะส่งผลกระทบต่อทั้งคุณแม่และลูกได้ ขอให้ไปพบแพทย์

 

www.babekits.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *